ความสำคัญของการซ้อมอพยพหนีไฟให้กับพนักงานประจำปี

เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเวลาไหนที่ในโรงงานของเรานั้นจะเกิดเพลิงไหม้เพื่อให้เกิดความพร้อมเพียงกันเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินไฟไหม้นายจ้างควรจัดให้ลูกจ้างทำการฝึกซ้อมอพยพหนีไฟประจำปีตามกฎหมายขั้นตอนฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ จะต้องมีการประชุมเตรียมความพร้อม เพื่อวางแผนการ ดําเนินงาน และจัดให้มีการอบรมให้ความรู้ เพื่อจัดแบ่งทีมงานผู้รับผิดชอบตามหน้าที่ ให้เหมาะสม เพื่อให้การ ปฏิบัติงานเป็นไปตามขั้นตอน

แผนอพยพหนีไฟนั้นกำหนดข้ึนเพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานและสถาน ประกอบกิจการในขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้แผนอพยพหนีไฟที่กำหนดขึ้นนั้น มีองค์ประกอบต่างๆ เช่น หน่วยตรวจสอบจำนวนพนักงาน, ผู้นำ ทางหนีไฟ, จุดนัดพบ, หน่วยช่วยชีวิต และยานพาหนะ ฯลฯ ควรได้กำหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละหน่วยงาน โดย ขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการอพยพหนีไฟหรือผู้อำนวยการดับเพลิง

เมื่อไฟไหม้เป็นเหตุให้พนักงานต้องเสียชีวิต เนื่องมาจากการไม่รู้วิธีหรือขั้นตอนการอพยพหนีไฟ นั้น จึงเป็นที่มาของบทความนี้ การซ้อมหนีไฟหรือซ้อมอพยพเวลาเกิดเพลิงไหม้ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากที่พนักงานภายในบริษัทต้องทราบไว้ทุกคน เพราะไม่มีใครคาดคิดได้ว่า การเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้จะเกิดในวันไหน แต่การรู้ไว้จะช่วยชีวิตพนักงานเหล่านั้น เมื่อเหตุการณ์นั้นมาถึง โดยส่วนใหญ่ของบริษัทจะซ้อมหนีไฟปีละ 2 ครั้ง หรือ 6 เดือนครั้ง และไม่ใช้แค่การซ้อมหนีไฟเท่านั้น บางบริษัทยังมีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเพลิงไหม้ การใช้ถังดับเพลิงที่ถูกวิธี การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

วัตถุประสงค์ของการซ้อมหนีไฟ
1.เพื่อให้พนักงานผู้ปฏิบัติงานทราบขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้
2.เพื่อให้พนักงานได้เรียนรู้สัญญาณเตือนภัย ที่บ่งบอกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
3.เพื่อให้พนักงานมีชีวิตรอดจากเหตุการณ์เพลิงไหม้
4.เพื่อเป็นการลดการสูญเสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้

ข้อแนะนำในการซ้อมหนีไฟ
1.รู้จัดจุดรวมพล
2.แนะนำป้ายเซฟตี้ ป้ายเส้นทางหนีไฟ ให้กับพนักงานรับรู้
3.แนะนำให้พนักงานได้รู้ถึงบันไดหนีไฟ ช่องทางหนีไฟ
4.แนะนำข้อปฏิบัติในการหนีไฟตามช่องทางหนีไฟต่าง ๆ
5.แนะนำการใช้งานถังดับเพลิง
6.ซ้อมขั้นตอนการหนีไฟ

ขั้นตอนการหนีไฟ
1.จำลองสถานการณ์ไฟไหม้ เปิดเสียงกริ่งเตือนภัย   2.อพยพพนักงานทุกคนมายังจุดรวมพล ยังช่องทางต่าง ๆ   3.สำรวจเพื่อนพนักงาน และปฐมพยาบาล

สุดท้ายแล้วสิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่งคือการอย่าวางสิ่งของขวางเส้นทางหนีไฟหรือบันไดหนีไฟ และต้องหมั่นตรวจเช็คเส้นทางหนีไฟเสมอ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเส้นทางนั้นใช้งานได้